แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรื่องสิวจัดการได้ด้วย เซรั่มรักษาสิว

ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์เชรั่มรักษาสิวอุดมไปด้วยสารสกัดจาก DNA ของเมือกหอยทาก ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก IFC ประเทศสเปน ลดรอยแดง และการอักเสบของผิว

เซรั่มรักษาสิว เอนโดแคร์ เซรั่มสำหรับบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิวโดยเฉพาะ ผู้ใช้ไม่ต้องพึ่งยาแต้มสิวหรือยาทาสิวแต่อย่างใดเลย เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์บำรุงใบหน้า ที่ทำมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ เป็นสิวอักเสบ สิวหนอง มีรอยแดง หน้าแดงจากสิว สิวรุนแรงและไม่รุนแรง ผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่ายมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย โดย เซรั่มรักษาสิว ของเราจะช่วย เร่งการซ่อมแซมผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ยกกระชับ และลบเลือนริ้วรอย ทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลง ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของสิวและผิวหนัง นอกจากนี้ยังไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองแต่อย่างใด ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสและเรียบเนียน พร้อมควบคุมความมันได้ดีเยี่ยม
เซรั่มรักษาสิว
วิธีรักษาสิว
 1. อยากสิวหายต้องใจเย็น ข่าวร้ายที่เราควรรู้เอาไว้ก็คือ “เราไม่มีทางทำให้สิวหายขาดได้” และ “การรักษาก็ไม่มีทางลัดให้เดินหลายทาง” การรักษาสิวจึงต้องใช้ความตั้งใจ ความใจเย็น และความอดทน ยิ่งคนที่ใช้ยาที่สกัดมาจากวิตามินเอก็ต้องทำใจไว้เลย เพราะยาจะออกฤทธิ์ช่วยดันสิวอุดตันให้โผล่ออกมาบนผิว และอาจต้องใช้เวลาอย่างต่ำกว่า 8 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลชัดเจน ทำให้บางคนรอไม่ไหว หรือเห็นสิวโผล่ขึ้นมาระหว่างการรักษาก็ทำให้ถอดใจ จึงทำให้การรักษาไม่ต้องเนื่อง สุดท้ายเมื่อสิวลุกลามจนเกินเยียวยาได้ด้วยตัวเอง ก็หันไปรักษาด้วยวิธีอื่นที่ทำให้ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก

2. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ หลาย ๆ คนมักคิดว่าที่ตัวเองเป็นสิวนั้นเกิดจากการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ ตัวเองสกปรก และคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วสิวมันเกิดมาได้จากหลายสาเหตุมาก ซึ่งหลาย ๆ อย่างเราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น คุณควรปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติเสียใหม่ว่า “ที่สิวมันเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะเราสกปรกผิดจากชาวบ้าน แต่จริง ๆ แล้วสิวมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อมีสิวขึ้นมาแล้วก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะเริ่มรักษาอย่างถูกวิธีและมันก็จะหายไปได้เอง” ถ้าเราปรับความคิดใหม่ได้ จะทำให้ความเครียดส่วนนี้ลดน้อยลง ทำให้การรักษาสิวได้ผลดีมากขึ้น

3. สังเกตตัวเองสักนิด ให้ลองสังเกตว่าเรามักจะเป็นสิวตอนไหน หน้าร้อนหรือหน้าฝน และในช่วงนั้นได้ไปทำอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือเปล่า เช่น เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว เปลี่ยนแชมพู เป็นต้น เมื่อเราสังเกตตัวเองจนทราบแล้วว่า ช่วงไหนที่สิวถามหาเรา ก็ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือบางคนเจอสิวบุกหนักเพราะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมที่มี่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยเบส ก็ให้หลีกเลี่ยงซะ

4. รักษาก่อนบำรุง ในระหว่างการรักษาสิวคุณต้องมีสติในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มากถึงมากที่สุด อย่าเพิ่งคิดบำรุงผิวในช่วงนี้ แต่ให้หันมารักษาสิวให้หายก่อน โดยระหว่างการรักษาคุณควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทออยเบส โคโค่บัสเตอร์ เปปเปอร์มินท์ออย เพราะตอนที่เราเป็นสิว ผิวของเราจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ยิ่งพวกครีมเนื้อหนัก ๆ ก็ให้เลี่ยงเลย ถ้าไม่อยากให้มันอุดตันรูขุมขนมากขึ้น แต่สำหรับคนผิวแห้ง คุณอาจต้องการการบำรุงบ้าง โดยให้เลือกใช้เจลว่านหางจระเข้มาเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ไปก่อน

5. ลดความมันบนใบหน้า หากรู้ตัวว่าหน้ามันจนทอดไข่ได้ คุณควรจะล้างหน้าเพื่อเอาความมันออกซะบ้าง แต่อย่าล้างหน้าบ่อย ๆ ล่ะ เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นการเกิดสิวได้ แต่ถ้าคุณหน้ามันมากจนเกินเยียวยาได้ด้วยตัวเอง ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยแพทย์อาจจะต้องใช้ยาเพื่อควบคุมฮอร์โมนแอนโดรเจนเอาไว้ (ส่วนนี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น)

6. หยุดซาวน่าและสตรีม ในระหว่างการรักษาสิว คุณควรหยุดการซาวน่าและสตรีมไปก่อนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพราะมันจะทำให้ผิวทั้งร้อนและชื้น สิวที่มีก็จะเห่อขึ้น รูขุมขนกว้างขึ้น บริเวณที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวก็อาจเกิด

 7. สิวขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง แต่ให้หันมาออกกำลังกายแทนจะดีกว่า

 8. ล้างหน้าให้ถูกวิธีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เราควรจะล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิวเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น แต่ถ้าหากหน้ามันมากจริง ๆ ก็อาจล้างได้ไม่เกินวันละ 3 ครั้ง เวลาล้างต้องล้างให้สะอาดหมดจดจนแน่ใจว่าไม่เหลือสิ่งสกปรกอยู่บนใบหน้า ถ้ามีเหงื่อออกหรือหน้ามันระหว่างวันคุณควรจะล้างหน้าด้วย “น้ำเปล่า” แล้วซับให้แห้ง (แต่อย่าล้างบ่อย เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามันมากขึ้น) และก่อนจะลงผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามคุณควรซับหน้าให้แห้งก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิว (บทความที่เกี่ยวข้อง : การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี, ขั้นตอนการล้างหน้าที่ถูกวิธีอย่างละเอียด)

9. ดื่มน้ำเพื่อล้างพิษ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน้ำยังเป็นตัวช่วยในการนำสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายให้ถูกขับออกมาด้วย ดังนั้นจงจำไว้เลยว่า เราควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 8 แก้ว และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษ คุณควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินอีด้วย เพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวให้แข็งแรง สำหรับคนที่โดนสิวบุกมาก ๆ คุณอาจผสมน้ำมะนาวลงไปในน้ำแก้วแรกของวันก็ได้ ซึ่งวิธีนี้พบว่าใช้ได้ผลในหลายคน ในการช่วยล้างพิษได้อย่างหมดจด

 10. กำจัดความเครียด คุณควรอารมณ์ดีเข้าไว้ พยายามทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวที่สามารถไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น และต่อให้ป้องกันการเกิดสิวได้ดียังไง แต่ยังเครียดอยู่ก็คงหนีไม่พ้นที่จะมีสิวผุดขึ้นมาอย่างแน่นอน โดยมีงานวิจัยที่ได้สรุปว่า “เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นจะทำให้การอักเสบของสิวเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น โดยคิดเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์มากถึง 93.5%” และเชื่อไหมว่าบางคนยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังเครียดอยู่ แต่คุณสามารถสังเกตความเครียดได้จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ครับ คือถ้ามีมากข้อเท่าไหร่ก็ยิ่งเครียดมากเท่านั้น เช่น นอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่เลยเวลานอนแล้ว, ไม่อยากเจอหน้าผู้คนหรือต้องการหลบปัญหา, ระเบิดอารมณ์กับทุก ๆ เรื่องได้ง่าย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม, ดื่มเหล้ามากขึ้น, ไม่อยากรับประทานอาหาร, ชอบกัดเล็บตัวเองโดยไม่รู้ตัว, ดึงผมตัวเองอยู่บ่อย ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณมีมากกว่า 4 อย่างขึ้นไป นั่นหมายความว่าเรากำลังเครียดในระดับสูง ก็ให้รีบหาทางจัดการมันซะ เพราะยิ่งเครียดสิวก็ยิ่งเยอะ

11. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับนับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพราะตอนเราหลับร่างกายจะหลั่งสารโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะช่วยซ่อมแซมร่างกายของเราได้ในขณะหลับ ช่วยทำให้ผิวหนังส่วนที่สึกหรอรวมถึงแผลที่เป็นอยู่ให้หายไวขึ้น ส่งผลกับผิวหน้าและผิวกายของเราโดยตรง คือ รูขุมขนจะมีการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้สิ่งสกปรกจากภายนอกเข้ามาในรูขุมขนได้ยากขึ้น และการนอนดึกยังเกี่ยวข้องกับความเครียดอีกด้วย เมื่อร่างกายเกิดความเครียดก็จะทำให้ผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้แบคทีเรียตัวร้ายเข้ามาจู่โจม ทำให้เราเกิดสิวอักเสบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 12. หลีกเลี่ยงแสงแดด ปกป้องผิวตัวเองจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ ใส่แว่นกันแดดเพื่อถนอมตา สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิว และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความร้อนและความชื้นสูง เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวแล้ว มันยังเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยและสีผิวที่ดำคล้ำได้อีกด้วย
มารู้จักกับเซรั่มรักษาสิว


13. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์ความงามในปัจจุบันนั้นมีมากมาย จนเราเองก็ปวดหัวในการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ก็มีสรรพคุณแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเวลาเราเลือกใช้ นอกจากจะเลือกให้มาช่วยแก้ไขและบำรุงผิวหน้าแล้ว เราต้องเชื่อมั่นด้วยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะไม่เอาสิวมาฝากเราด้วย เคล็ดลับก็ง่าย ๆ คือผลิตภัณฑ์ที่เราจะใช้ต้องมีคุณสมบัติไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และมี อย. รับรอง ถ้าอ่านป้ายแล้วเจอข้อความ non comedogenic ก็เป็นอันใช้ได้ (บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของผิวแต่ละสภาพ, ข้อควรระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของผิวแต่ละสภาพ, การดูแลและบำรุงผิวหน้าของผิวแต่ละสภาพ) 

14. หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษซับมัน คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษซับมัน แล้วหันมาใช้กระดาษทิชชู่สำหรับใบหน้าในการซับน้ำมันส่วนเกินแทน เพราะการใช้กระดาษซับมัน จะทำให้น้ำมันถูกซับออกไปจนหมด ส่งผลทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะมันคิดว่าผิวเราแห้งจนเกินไป คราวนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะ แต่ถ้าการใช้ทิชชู่ในการซับหน้ายังไม่สามารถสร้างความรู้สึกสบายให้ใบหน้าได้ ก็แนะนำให้เลือกฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้วใช้ทิชชู่ซับออกเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้าก็ได้ 

15. ยาคุมกำเนิด นับเป็นโชคดีของสาว ๆ ที่เราสามารถควบคุมสิวที่เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ด้วยการทานยาคุมกำเนิด เนื่องจากยาคุมกำเนิดนั้นมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrigen) ที่จะเข้าไปกดการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจน แต่เห็นมันมีข้อดีอย่างนี้แล้วก็อย่าเพิ่งดีใจไปล่ะ เพราะมันก็มีผลเสียอยู่บ้างที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และมีผลในด้านลบต่อคนที่เป็นโรคหัวใจ รวมไปถึงอาจทำให้เกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตันได้

 16. มะเขือเทศ จัดว่าเป็นยาวิเศษจากธรรมชาติที่สามารถพิฆาตสิวได้เป็นอย่างดี เพราะมะเขือเทศมีทั้งวิตามินเอที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้มีสุขภาพดี มีวิตามินซีที่ช่วยในเรื่องของความขาวใสและสมานรอยแผล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทำให้ผิวเย็นลง ช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ต้านอนุมูลอิสระ และทำให้รูขุมขุมกระชับได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เราจึงใช้ประโยชน์จากมะเขือเทศในการป้องกันการเกิดสิวได้อย่างยอดเยี่ยม วิธีการก็ไม่ยากเพียงแค่คุณคั้นเอาน้ำมะเขือเทศมาทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก็จะช่วยป้องกันเกิดการสิวได้แล้วล่ะ (วิธีนี้เราจะใช้ก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าสิวอุดตันมันเริ่มจะเป็นไตแข็ง ๆ และเจ็บ ที่เป็นสัญญาณของสิวอักเสบ ซึ่งการทาน้ำมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการอักเสบได้ ส่วนสิวอุดตันที่เป็นไตแข็งก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงไปเอง)
วิธีรักษาสิว

17. ผิวส้ม ให้นำผิวส้มมาปั่นกับน้ำสะอาดจนได้เป็นเนื้อครีมข้น แล้วนำเนื้อครีมที่ได้มาทาบาง ๆ บนสิวและรอบ ๆ สิว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิวของคุณก็จะค่อย ๆ ยุบลงแล้วล่ะ

18. กระเทียม ให้นำกระเทียมสดมาฝานเป็นแว่นบาง ๆ แล้วใช้กระเทียมค่อย ๆ ลูบไล้บริเวณที่เป็นสิว วิธีนี้จะช่วยลดรอยแดงของสิวและทำให้สิวยุบตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

19. มะละกอ ให้คุณนำมะละกอดิบมาปั่นทั้งเมล็ด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำนำมาแต้มบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะช่วยลดการอักเสบของสิวได้ แต่วิธีนี้จะไม่เหมาะกับคนผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

20. น้ำคั้นใบสะระแหน่ ให้คั้นน้ำจากใบสะระแหน่สด นำมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าเป็นประจำทุกวัน ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างออกให้สะอาด วิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษาสิวได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดเม็ดผื่นคันและโรคผิวหนังอย่างโรคหิดและกลากเกลื้อนได้อีกด้วย

21. น้ำมันถั่วลิสงผสมน้ำมะนาว ให้คุณใช้น้ำมันถั่วลิสง 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาส่วนผสมที่ได้มาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดสิวอักเสบและสิวหัวดำได้เป็นอย่างดี

22. น้ำมะนาวผสมอบเชย ให้ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา นำมาผสมกับผงอบเชย 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาดและซับให้แห้ง จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาแต้มบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิวประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จะช่วยทำให้สิวค่อย ๆ ยุบตัวลง แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

23. น้ำมะนาวผสมนมสด ให้คุณนำน้ำมะนาวสดมาผสมกับนมสดอุ่น ๆ ใช้ล้างผิวหน้าทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยลดการเกิดสิวอักเสบ สิวหัวดำ และช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มไม่แห้งแตก

24. น้ำมะนาวผสมน้ำคั้นจากดอกกุหลาบ ให้คุณผสมน้ำมะนาวเข้ากับน้ำคั้นจากดอกกุหลาบในปริมาณเท่ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยทำให้สิวยุบลงได้ และยังช่วยทำให้หน้าขาวดูสดใสได้อีกด้วย

25. น้ำผึ้งผสมไข่ขาวและน้ำมะนาว ให้คุณใช้น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง แล้วเติมน้ำมะนาวลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้า จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้ายกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก และล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็น เสร็จแล้วให้ทาครีมบำรุงผิว


26. สิวอุดตัน สิวที่ชอบเก็บตัวอยู่กับรูขุมขนบนใบหน้า ยิ่งนานวันก็ยิ่งฝังตัวแน่น ดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวอุดตันอย่างละเอียดได้ที่บทความ 18 วิธีรักษาสิวอุดตัน (สิวหัวดำ & สิวหัวขาว) อย่างได้ผล 100%

27. สิวอักเสบ สิวชนิดที่เป็นร่างแปลงของสิวอุดตัน ที่พัฒนาขึ้นมาด้วยอาหารเสริมอย่างเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกจากน้ำมือของเจ้าของใบหน้า ที่ชอบไปล้วงแคะแกะเกา หากคุณเป็นสิวชนิดนี้อยู่ สามารถดูวิธีป้องกันและรักษาสิวอักเสบได้ที่บทความ 13 วิธีรักษาสิวอักเสบ ! หน้าเป็นสิวอักเสบทำไงดี ??

28. สิวเสี้ยน ฟังชื่อแล้วเหมือนจะเป็นแค่ปัญหาเล็ก ๆ แต่มันกลับสร้างปัญหาได้เยอะเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่เราขับไล่มันไป มันก็จะทิ้งรูขุมขนกว้างไว้ให้เจ้าของใบหน้าได้ช้ำใจ ดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวเสี้ยนอย่างละเอียดได้ที่บทความนี้ 16 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน & สูตรลอกสิวเสี้ยน แบบสะใจ !!

29. สิวผด ร้อนเมื่อไหร่ได้เจอกันทุกที ชื้นเมื่อไหร่มันก็จะมาอีก ยิ่งอากาศทั้งร้อนและชื้นแบบบ้านเรามันยิ่งชอบ แม้จะไม่ร้ายกาจเท่าสิวชนิดอื่น ๆ แต่มันก็สร้างความรำคาญใจได้ไม่น้อยเลยล่ะ เพราะถ้าเผลอไปแคะแกะเกาล่ะก็ มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นสิวที่ร้ายกาจได้ทุกเมื่อ สามารถดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวผิดได้ที่บทความ 13 วิธีรักษาสิวผด ! หน้าเป็นสิวผดทำไงดี ??
เซรั่มรักษาสิว
    ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์เชรั่มสกัดจากเมือกของหอยทาก ซึ่งเป็นเซรั่มเข้มข้น อุดมด้วยสารสกัดจาก DNA ของเมือกหอยทาก ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก IFC ประเทศสเปน ด้วยความเข้มข้นของเมือกหอยทาก Repair Index 40 โดยมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน เพื่อกระตุ้นสีผิวสม่ำเสมอ ลดการหย่อนคล้อยของผิว ลดรอยแดง และการอักเสบของผิวนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การดูแลรักษาหน้าติดสารสเตรอย

หน้าติดสารสเตรอยคืออะไร แล้วจะดูแลรักษายังไงหน้าติดสารสเตรอย คือภาวะที่ผิวหน้ามีภูมิคุ้มกันน้อย อันเนื่องมาจากการใช้สารสเตรอยมาเป็นเวลานาน ทำให้หนังกำพร้าไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ จึงทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดผดผื่นและสิวอักเสบบนใบหน้า สารสเตรอยมักจะพบในรูปแบบ ยาแต้มสิว ครีมรักษาสิว ยาทานแก้สิวอักเสบ ซึ่งหากจะเลือกใช้ยาก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

สเตอรอยด์(Steroid) คือ อะไร
สเตอรอยด์ คือชื่อเรียกของกลุ่มฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากต่อมหมวกไตภายในร่างกายของคนเรา สเตอรอยด์ที่ถูกสร้างหลักๆ มี 2 ชนิด คือ โคติซอล(Cortisol)และอัลโดสเตอรอยด์(Aldosterone) โดยถูกสร้างสูงสุดตอนตื่นนอน และต่ำสุดตอนที่เรานอน เรียกว่า Diurnal attern นอกจากนี้ถ้าร่างกายมีความเครียดต่างๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจร่างกายก็จะหลั่งสารสเตอรอยด์ออกมามากขึ้น เพื่อควบคุมความกดดันเหล่านั้นตามธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าไม่มีสเตอรอยด์เลย ทำให้เราถึงตายได้ทีเดียว
ต่อมาในวงการแพทย์แผนปัจจุบันได้มีการสร้างสารสเตอรอยด์สังเคราะห์ขึ้นมาจากต้นแบบ cortisol เพื่อพัฒนาตัวยาบางชนิดให้แรงขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางชนิด สเตอรอยด์ที่สังเคราะห์จะม ลักษณะเป็นน้ำหรือเป็นผงสีขาวและเป็นเกล็ดตาม ลักษณะความต้องการของผู้ผลิต หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่ายาแผนปัจจุบันที่อยู่ในกลุ่มสเตอรอยด์มีหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยารักษาโรคหอบหืดชนิดพ่นสู ทางปากได้แก่ เบโดรเมธาโซน และบูเดโซไนด์ ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยารักษาโรคไตบางชนิด ยารักษาข้ออักเสบ และยาแก้แพ้ นอกจากนี้ยังมียาอีกหลายตัวที่เป็นสเตอรอยด์ ซึ่งตัวยาทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และเภสัชกร


เมื่อสเตอรอยด์มีประโยชน์ ก็ต้องมีโทษอันตรายเหมือนกันหากใช้ติดต่อกันนานเกินไป จะเกิดอาการที่เรียกว่า Cushing's syndrome คือ มีอาการบวม ท้องลาย เป็นสิว ผิวเข้มขึ้น ความดันโลหิตสูง อ่อนเพลีย ขนขึ้นตามตัว ติดเชื้อง่าย กดการเจริญเติบโตของเด็ก ความดันในลูกตาสูงขึ้นทำให้เป็นต้อหิน ตามัว โพแทสเซียมในเลือดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ นอกจากนี้แล้วยังทำให้ประจำเดือนผิดปกติหรืออาจไม่มีประจำเดือน และความรู้สึกทางเพศลดลง นั่นคืออันตรายจากยาในกลุ่มของสเตอรอยด์
ในชีวิตผู้คนทุกวันนี้ต่างดิ้นรนขวนขวายในการทำมาหากิน ในบางครั้งก็ลืมที่จะมาสนใจดูแลสุขภาพของตัวเอง เมื่อมีเหตุเจ็บป่วยขึ้นมาจึงต้องรักษาสุขภาพด้วยการไปหาหมอ หรือซื้อยามากินเอง นั่นก็เป็นทางเลือกของคนไข้ว่าจะกินยาแบบไหน แบบยาสมุนไพรหรือว่ายาแผนปัจจุบัน ทุกวันนี้มีผู้คนไม่น้อยเลยได้หันกลับมากินยาสมุนไพร เพราะไม่มีผลข้างเคียง หรือถ้ามีก็น้อยกว่ายาแผนปัจจุบันมาก ปัจจุบันยาสมุนไพรแผนโบราณนั้นมีการผลิตด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย ทั้งในรูปแบบของยาอัดเม็ด และยาแคปซูล มีการสร้างโรงงานที่ได้มาตรฐานลงทุนกันหลายร้อยล้านบาท มีการส่งออกยาไปต่างประเทศ เพิ่มเงินตราให้กับประเทศเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มผู้มักง่ายลักลอบผลิตยา แผนโบราณ โดยไม่ได้รับอนุญาต กลุ่มผู้ผลิตเหล่านั้นมักไม่มีความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ขาดความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คน จึงได้ใส่ยากลุ่มสเตอรอยด์เช่น เดกซ์ซาเมธาโซน(Dexamethasone) เพร็ดนิโซโลน (Prednisolone) ลงไป ซึ่งยาจะไปกดอาการทำให้ในช่วงแรกของการใช้จะรู้สึกว่าดีอันเนื่องมาจากสเตอรอยด์ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ก็จะมีโทษดังที่กล่าวมา


สาเหตุของการเกิดสิวสเตียรอยด์
 ใช้เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ 
ในผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ช่วยให้หน้าขาวใส ช่วยรักษาสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการผสมสารสเตียรอยด์เข้าไปในปรมาณที่สูง เนื่องจากสารสเตียรอยด์มีฤทธิ์ช่วยบำบัดอาการสิวที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าถ้าลองใช้แล้วอาการสิวจะหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวใสหน้าเนียนกันเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเหมือนต้องมานั่งชดใช้กรรม เพราะจะเกิดอาการที่เรียกว่า "ติดสเตียรอยด์" ขึ้นทำให้ผิวหน้าบาง และแพ้ง่ายๆมาก พอแพ้ง่ายการเกิดสิว สิวผด ผื่นแดง สิวอักเสบ สิวหนอง ก็จะตามมา ใช้ยารักษาสิวก็ไม่ค่อยหาย เพราะสเตียรอยด์มันไปเปลี่ยนแปลงสภาพผิวภายในให้ทำงานผิดแปลกไปจากเดิม น่ากลัวมากทีเดียว
เคล็ดลับการดูแลป้องกันหน้าติดสารสเตรอย 
1. ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีความอ่อนโยน เช่น สารสกัดจากเมือกหอยทากของEndocare ที่ช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก DNA ของหอยทากจะฟื้นฟูผิวหน้าที่ติดสารสเตรอยได้เป็นอย่างดี 
2. ทำจิตใจให้สบายๆ อย่าวิตกกังวล เพราะความเครียดจะกระตุ้นฮอร์โมนให้ใบหน้าเกิดสิว ฟังเพลงในแนวที่ตนเองชอบหรือหากิจกรรมทำยามว่าง จะช่วยทำให้สภาพของจิตใจดีขึ้นได้ 
3. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 6-8ชั่วโมง และห้ามใช้มือบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ในระหว่างวันควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วหรือ 2ลิตร เพื่อล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย จะช่วยทำให้สิวน้อยลงได้ 
4. เลิกใช้สารสเตรอย เมื่อเลิกใช้สารสเตรอยร่างกายจะฟื้นฟูผิวหนังที่โดนทำลายเอง ซึ่งอาจใช้เวลานานอยู่หลายเดือนขึ้นอยู่กับการดูและรักษาตนของแต่ละบุคคล เมื่อร่างกายปรับสมดุลของผิวหน้าให้ดีขึ้นแล้วก็ควรเลือกใช้เซรั่มบำรุงผิว หน้าที่มีสารสกัดจาก DNA เมือกหอยทาก เช่นผลิตภัณฑ์ล้างของEndocare เพราะDNA ของหอยทากมีความคล้ายกับคนมากที่สุดจึงทำให้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็น อย่างดี

  วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์,หน้าติดสารสเตรอย,เอนโดแคร์เซรั่ม,เซรั่มรักษาสิว,เอนโดแคร์

วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์

วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์ สิวสเตอรอยด์ คือสิวที่เกิดจากการแพ้สารเคมีที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ เมื่อใช้ไปนานๆร่างกายเกิดการต่อต้านทำให้เกิดผื่นคันและมีสิวอักเสบ ซึ่งหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์เป็นเวลานานจะให้ภูมิต้านทาน ของร่างกายมีปัญหา ทำให้แพ้ง่ายและมีผดผื่นขึ้นตามใบหน้า และหากมีการสะสมในร่างกายมากเกินไปจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

สเตียรอยด์ (Steroid) เป็นชื่อเรียกโดยย่อของกลุ่มยาที่มีชื่อเต็มว่า corticosteroid ยา กลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้ในโรคหรือภาวะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้ยากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดกลับเป็นผลเสียที่เกิดจาก การใช้ steroid อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนกลัวและปฏิเสธที่จะใช้ยากลุ่มนี้ ยากลุ่มสเตียรอยด์สามารถแบ่งตามรูปแบบของการใช้ยาได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  วิธีรักษาสิวสเตอรอยด์

1. สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอก มีตัวสเตียรอยด์ที่ใช้เป็นยาภายนอกหลายสิบชนิดด้วยกัน แต่สามารถแบ่งตามรูปแบบของยาและตัวอย่างของโรคที่ใช้ได้เป็น
  • ยาทา (ทั้งในรูปครีม โลชัน ขึ้ผึ้ง) สำหรับรักษาผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน
  • ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู สำหรับรักษาภูมิแพ้หรืออักเสบที่ตาและหู
  • ยาพ่นจมูก สำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ที่มีอาการทางจมูก ริดสีดวงจมูก
  • ยาพ่นคอ สำหรับรักษาโรคหืด ภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการหอบ
สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอกเหล่านี้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ โดยไม่จำเป็นต้องกินหรือฉีดยา จึงช่วยหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากยาได้เป็นส่วนใหญ่ เมื่อได้รับยากลุ่มนี้และใช้ตามคำแนะนำการใช้ยาอย่างเคร่งครัด เช่น ใช้ยาทาเฉพาะบริเวณที่เป็นผื่น ไม่ทาลงบนผิวหนังที่ปกติ ไม่ทาหนา ไม่ทาเป็นบริเวณกว้างและไม่ทาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ใช้ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู เฉพาะข้างที่เป็น ด้วยจำนวนหยด จำนวนครั้งและระยะเวลาตามคำสั่งใช้ยา ใช้ยาพ่นจมูกและยาพ่นคอด้วย วิธีการพ่นยาที่ถูกต้อง ไม่พ่นบ่อยเกินกว่าที่กำหนด บ้วนปากหลังพ่นคอทุกครั้ง ถ้าใช้ยาได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ ยาภายนอกเหล่านี้มักจะไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง และเนื่องจากความปลอดภัยของยานี้เอง ทำให้สามารถซื้อยาใช้ภายนอกที่มีตัวยา steroid ได้ที่ร้านยาทั่วไป ภายใต้คำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องของเภสัชกร

  2. สเตียรอยด์ประเภทกินและฉีด  ถึงแม้จะมีสเตียรอยด์ประเภท ใช้ภายนอกมากมาย แต่การรักษาโรคหรือภาวะบางอย่าง จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีดเท่านั้น เช่น อาการแพ้บางชนิด โรคหืดชนิดรุนแรง โรคภูมิคุ้มกันไวเกิน ผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น เช่นเดียวกับยาใช้ภายนอก ถ้ากินหรือฉีดยาสเตียรอยด์ในขนาดน้อยๆ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ มักไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง แต่ถ้ากินหรือฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดผลเสียที่รุนแรงหลายประการด้วยกัน ได้แก่ ติดเชื้อโรค (ยากดการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย) เป็นเบาหวาน (ยาทำให้น้ำตาลในเลือดสูง) บวมและความดันโลหิตสูง (ยาทำให้ขับน้ำลดลง แต่เพิ่มการสะสมไขมันที่หน้า หลังและท้อง) กระดูกพรุน (ยารบกวนสมดุลการสร้างกระดูก) รวมทั้งเป็นแผลในทางเดินอาหาร ผิวหนังเหี่ยวย่นและบาง ตาเป็นต้อ การทำงานของต่อมหมวกไตผิดปกติ รบกวนการเจริญเติบโตในเด็ก เป็นต้น จะเห็นได้ว่าวิธีการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นสิ่งสำคัญซึ่งผู้ใช้ยาจะต้องคำนึง ถึงมากที่สุด ว่าจะต้องใช้จำนวนมากน้อยเท่าใด ใช้ด้วยความถี่กี่ครั้งและใช้ต่อเนื่องนานเท่าใด เพราะเมื่อใดที่ใช้มากเกินกว่าที่ควร จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทันที ประเด็นสุดท้ายและเป็นที่มาของอาการไม่พึงประสงค์จากสเตียรอยด์ที่สำคัญที่สุดคือ “การได้รับยาสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัว” ไม่ว่าจะเป็นจากยาชุด ยาลูกกลอน ยาสูตรสมุนไพร ยาต้ม ยาหม้อ ยาพระ รวมทั้งยาที่อวดอ้างสรรพคุณในการรักษาได้สารพัดโรค เนื่องจากยาเหล่านี้มักจะมีส่วนผสมของยาในกลุ่มสเตียรอยด์อยู่ ทำให้เห็นผลในการบรรเทาทุกอาการได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่พบอาการไม่พึง ประสงค์ใดๆ ผู้ใช้ยาจึงมักรู้สึกพึงพอใจกับผลของยา โดยไม่ได้มุ่งรักษาที่สาเหตุของโรคโดยตรง แต่ยิ่งใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานานมากขึ้นเท่าใด อาการไม่พึงประสงค์ของ steroid ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับความรุนแรงของโรคที่มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาที่ตรงสาเหตุอย่างทันท่วงที จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้โดยเด็ดขาด เอกสารอ้างอิง
  1. Bertram GK, eds. Basic and clinical pharmacology, 10th ed. New York: McGraw-Hill, 2007.
  2. Rang HP, Dale MM, Ritter JM, Moore PK. Pharmacology, 5th ed. Churchill Livingstone, 2003.
Credit : http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/142/
  หน้าติดสารสเตรอย

วิธีรักษา สิวสเตอรอยด์ เคล็ดลับการดูแล

1. ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีความอ่อนโยน เช่น สารสกัดจากเมือกหอยทากของEndocare ที่ช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก DNA ของหอยทากจะฟื้นฟูผิวหน้าที่ติดสารสเตรอยได้เป็นอย่างดี
2. ทำจิตใจให้สบายๆ อย่าวิตกกังวล เพราะความเครียดจะกระตุ้นฮอร์โมนให้ใบหน้าเกิดสิว ฟังเพลงในแนวที่ตนเองชอบหรือหากิจกรรมทำยามว่าง จะช่วยทำให้สภาพของจิตใจดีขึ้นได้
3. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 6-8ชั่วโมง และห้ามใช้มือบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ในระหว่างวันควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วหรือ 2ลิตร เพื่อล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย จะช่วยทำให้สิวน้อยลงได้
4. เลิกใช้สารสเตรอย เมื่อเลิกใช้สารสเตรอยร่างกายจะฟื้นฟูผิวหนังที่โดนทำลายเอง ซึ่งอาจใช้เวลานานอยู่หลายเดือนขึ้นอยู่กับการดูและรักษาตนของแต่ละบุคคล เมื่อร่างกายปรับสมดุลของผิวหน้าให้ดีขึ้นแล้วก็ควรเลือกใช้เซรั่มบำรุงผิว หน้าที่มีสารสกัดจาก DNA เมือกหอยทาก เช่นผลิตภัณฑ์ล้างของEndocare เพราะDNA ของหอยทากมีความคล้ายกับคนมากที่สุดจึงทำให้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็น อย่างดี