วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรื่องสิวจัดการได้ด้วย เซรั่มรักษาสิว

ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์เชรั่มรักษาสิวอุดมไปด้วยสารสกัดจาก DNA ของเมือกหอยทาก ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก IFC ประเทศสเปน ลดรอยแดง และการอักเสบของผิว

เซรั่มรักษาสิว เอนโดแคร์ เซรั่มสำหรับบำรุงผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิวโดยเฉพาะ ผู้ใช้ไม่ต้องพึ่งยาแต้มสิวหรือยาทาสิวแต่อย่างใดเลย เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์บำรุงใบหน้า ที่ทำมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ เป็นสิวอักเสบ สิวหนอง มีรอยแดง หน้าแดงจากสิว สิวรุนแรงและไม่รุนแรง ผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่ายมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย โดย เซรั่มรักษาสิว ของเราจะช่วย เร่งการซ่อมแซมผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ยกกระชับ และลบเลือนริ้วรอย ทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลง ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของสิวและผิวหนัง นอกจากนี้ยังไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองแต่อย่างใด ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสและเรียบเนียน พร้อมควบคุมความมันได้ดีเยี่ยม
เซรั่มรักษาสิว
วิธีรักษาสิว
 1. อยากสิวหายต้องใจเย็น ข่าวร้ายที่เราควรรู้เอาไว้ก็คือ “เราไม่มีทางทำให้สิวหายขาดได้” และ “การรักษาก็ไม่มีทางลัดให้เดินหลายทาง” การรักษาสิวจึงต้องใช้ความตั้งใจ ความใจเย็น และความอดทน ยิ่งคนที่ใช้ยาที่สกัดมาจากวิตามินเอก็ต้องทำใจไว้เลย เพราะยาจะออกฤทธิ์ช่วยดันสิวอุดตันให้โผล่ออกมาบนผิว และอาจต้องใช้เวลาอย่างต่ำกว่า 8 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลชัดเจน ทำให้บางคนรอไม่ไหว หรือเห็นสิวโผล่ขึ้นมาระหว่างการรักษาก็ทำให้ถอดใจ จึงทำให้การรักษาไม่ต้องเนื่อง สุดท้ายเมื่อสิวลุกลามจนเกินเยียวยาได้ด้วยตัวเอง ก็หันไปรักษาด้วยวิธีอื่นที่ทำให้ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก

2. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ หลาย ๆ คนมักคิดว่าที่ตัวเองเป็นสิวนั้นเกิดจากการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ ตัวเองสกปรก และคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วสิวมันเกิดมาได้จากหลายสาเหตุมาก ซึ่งหลาย ๆ อย่างเราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น คุณควรปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติเสียใหม่ว่า “ที่สิวมันเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะเราสกปรกผิดจากชาวบ้าน แต่จริง ๆ แล้วสิวมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อมีสิวขึ้นมาแล้วก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะเริ่มรักษาอย่างถูกวิธีและมันก็จะหายไปได้เอง” ถ้าเราปรับความคิดใหม่ได้ จะทำให้ความเครียดส่วนนี้ลดน้อยลง ทำให้การรักษาสิวได้ผลดีมากขึ้น

3. สังเกตตัวเองสักนิด ให้ลองสังเกตว่าเรามักจะเป็นสิวตอนไหน หน้าร้อนหรือหน้าฝน และในช่วงนั้นได้ไปทำอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิมหรือเปล่า เช่น เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว เปลี่ยนแชมพู เป็นต้น เมื่อเราสังเกตตัวเองจนทราบแล้วว่า ช่วงไหนที่สิวถามหาเรา ก็ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือบางคนเจอสิวบุกหนักเพราะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมที่มี่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยเบส ก็ให้หลีกเลี่ยงซะ

4. รักษาก่อนบำรุง ในระหว่างการรักษาสิวคุณต้องมีสติในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มากถึงมากที่สุด อย่าเพิ่งคิดบำรุงผิวในช่วงนี้ แต่ให้หันมารักษาสิวให้หายก่อน โดยระหว่างการรักษาคุณควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทออยเบส โคโค่บัสเตอร์ เปปเปอร์มินท์ออย เพราะตอนที่เราเป็นสิว ผิวของเราจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ยิ่งพวกครีมเนื้อหนัก ๆ ก็ให้เลี่ยงเลย ถ้าไม่อยากให้มันอุดตันรูขุมขนมากขึ้น แต่สำหรับคนผิวแห้ง คุณอาจต้องการการบำรุงบ้าง โดยให้เลือกใช้เจลว่านหางจระเข้มาเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ไปก่อน

5. ลดความมันบนใบหน้า หากรู้ตัวว่าหน้ามันจนทอดไข่ได้ คุณควรจะล้างหน้าเพื่อเอาความมันออกซะบ้าง แต่อย่าล้างหน้าบ่อย ๆ ล่ะ เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นการเกิดสิวได้ แต่ถ้าคุณหน้ามันมากจนเกินเยียวยาได้ด้วยตัวเอง ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยแพทย์อาจจะต้องใช้ยาเพื่อควบคุมฮอร์โมนแอนโดรเจนเอาไว้ (ส่วนนี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น)

6. หยุดซาวน่าและสตรีม ในระหว่างการรักษาสิว คุณควรหยุดการซาวน่าและสตรีมไปก่อนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพราะมันจะทำให้ผิวทั้งร้อนและชื้น สิวที่มีก็จะเห่อขึ้น รูขุมขนกว้างขึ้น บริเวณที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวก็อาจเกิด

 7. สิวขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง แต่ให้หันมาออกกำลังกายแทนจะดีกว่า

 8. ล้างหน้าให้ถูกวิธีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เราควรจะล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิวเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น แต่ถ้าหากหน้ามันมากจริง ๆ ก็อาจล้างได้ไม่เกินวันละ 3 ครั้ง เวลาล้างต้องล้างให้สะอาดหมดจดจนแน่ใจว่าไม่เหลือสิ่งสกปรกอยู่บนใบหน้า ถ้ามีเหงื่อออกหรือหน้ามันระหว่างวันคุณควรจะล้างหน้าด้วย “น้ำเปล่า” แล้วซับให้แห้ง (แต่อย่าล้างบ่อย เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามันมากขึ้น) และก่อนจะลงผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามคุณควรซับหน้าให้แห้งก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิว (บทความที่เกี่ยวข้อง : การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี, ขั้นตอนการล้างหน้าที่ถูกวิธีอย่างละเอียด)

9. ดื่มน้ำเพื่อล้างพิษ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน้ำยังเป็นตัวช่วยในการนำสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายให้ถูกขับออกมาด้วย ดังนั้นจงจำไว้เลยว่า เราควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 8 แก้ว และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษ คุณควรรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินอีด้วย เพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวให้แข็งแรง สำหรับคนที่โดนสิวบุกมาก ๆ คุณอาจผสมน้ำมะนาวลงไปในน้ำแก้วแรกของวันก็ได้ ซึ่งวิธีนี้พบว่าใช้ได้ผลในหลายคน ในการช่วยล้างพิษได้อย่างหมดจด

 10. กำจัดความเครียด คุณควรอารมณ์ดีเข้าไว้ พยายามทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวที่สามารถไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น และต่อให้ป้องกันการเกิดสิวได้ดียังไง แต่ยังเครียดอยู่ก็คงหนีไม่พ้นที่จะมีสิวผุดขึ้นมาอย่างแน่นอน โดยมีงานวิจัยที่ได้สรุปว่า “เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นจะทำให้การอักเสบของสิวเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น โดยคิดเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์มากถึง 93.5%” และเชื่อไหมว่าบางคนยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังเครียดอยู่ แต่คุณสามารถสังเกตความเครียดได้จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ครับ คือถ้ามีมากข้อเท่าไหร่ก็ยิ่งเครียดมากเท่านั้น เช่น นอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่เลยเวลานอนแล้ว, ไม่อยากเจอหน้าผู้คนหรือต้องการหลบปัญหา, ระเบิดอารมณ์กับทุก ๆ เรื่องได้ง่าย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม, ดื่มเหล้ามากขึ้น, ไม่อยากรับประทานอาหาร, ชอบกัดเล็บตัวเองโดยไม่รู้ตัว, ดึงผมตัวเองอยู่บ่อย ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณมีมากกว่า 4 อย่างขึ้นไป นั่นหมายความว่าเรากำลังเครียดในระดับสูง ก็ให้รีบหาทางจัดการมันซะ เพราะยิ่งเครียดสิวก็ยิ่งเยอะ

11. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับนับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพราะตอนเราหลับร่างกายจะหลั่งสารโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะช่วยซ่อมแซมร่างกายของเราได้ในขณะหลับ ช่วยทำให้ผิวหนังส่วนที่สึกหรอรวมถึงแผลที่เป็นอยู่ให้หายไวขึ้น ส่งผลกับผิวหน้าและผิวกายของเราโดยตรง คือ รูขุมขนจะมีการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้สิ่งสกปรกจากภายนอกเข้ามาในรูขุมขนได้ยากขึ้น และการนอนดึกยังเกี่ยวข้องกับความเครียดอีกด้วย เมื่อร่างกายเกิดความเครียดก็จะทำให้ผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้แบคทีเรียตัวร้ายเข้ามาจู่โจม ทำให้เราเกิดสิวอักเสบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 12. หลีกเลี่ยงแสงแดด ปกป้องผิวตัวเองจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ ใส่แว่นกันแดดเพื่อถนอมตา สวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิว และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความร้อนและความชื้นสูง เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวแล้ว มันยังเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยและสีผิวที่ดำคล้ำได้อีกด้วย
มารู้จักกับเซรั่มรักษาสิว


13. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์ความงามในปัจจุบันนั้นมีมากมาย จนเราเองก็ปวดหัวในการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ก็มีสรรพคุณแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเวลาเราเลือกใช้ นอกจากจะเลือกให้มาช่วยแก้ไขและบำรุงผิวหน้าแล้ว เราต้องเชื่อมั่นด้วยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะไม่เอาสิวมาฝากเราด้วย เคล็ดลับก็ง่าย ๆ คือผลิตภัณฑ์ที่เราจะใช้ต้องมีคุณสมบัติไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และมี อย. รับรอง ถ้าอ่านป้ายแล้วเจอข้อความ non comedogenic ก็เป็นอันใช้ได้ (บทความที่เกี่ยวข้อง : วิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของผิวแต่ละสภาพ, ข้อควรระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของผิวแต่ละสภาพ, การดูแลและบำรุงผิวหน้าของผิวแต่ละสภาพ) 

14. หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษซับมัน คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษซับมัน แล้วหันมาใช้กระดาษทิชชู่สำหรับใบหน้าในการซับน้ำมันส่วนเกินแทน เพราะการใช้กระดาษซับมัน จะทำให้น้ำมันถูกซับออกไปจนหมด ส่งผลทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะมันคิดว่าผิวเราแห้งจนเกินไป คราวนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะ แต่ถ้าการใช้ทิชชู่ในการซับหน้ายังไม่สามารถสร้างความรู้สึกสบายให้ใบหน้าได้ ก็แนะนำให้เลือกฉีดสเปรย์น้ำแร่แล้วใช้ทิชชู่ซับออกเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้าก็ได้ 

15. ยาคุมกำเนิด นับเป็นโชคดีของสาว ๆ ที่เราสามารถควบคุมสิวที่เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ด้วยการทานยาคุมกำเนิด เนื่องจากยาคุมกำเนิดนั้นมีฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrigen) ที่จะเข้าไปกดการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจน แต่เห็นมันมีข้อดีอย่างนี้แล้วก็อย่าเพิ่งดีใจไปล่ะ เพราะมันก็มีผลเสียอยู่บ้างที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และมีผลในด้านลบต่อคนที่เป็นโรคหัวใจ รวมไปถึงอาจทำให้เกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตันได้

 16. มะเขือเทศ จัดว่าเป็นยาวิเศษจากธรรมชาติที่สามารถพิฆาตสิวได้เป็นอย่างดี เพราะมะเขือเทศมีทั้งวิตามินเอที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้มีสุขภาพดี มีวิตามินซีที่ช่วยในเรื่องของความขาวใสและสมานรอยแผล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทำให้ผิวเย็นลง ช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ต้านอนุมูลอิสระ และทำให้รูขุมขุมกระชับได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เราจึงใช้ประโยชน์จากมะเขือเทศในการป้องกันการเกิดสิวได้อย่างยอดเยี่ยม วิธีการก็ไม่ยากเพียงแค่คุณคั้นเอาน้ำมะเขือเทศมาทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก็จะช่วยป้องกันเกิดการสิวได้แล้วล่ะ (วิธีนี้เราจะใช้ก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าสิวอุดตันมันเริ่มจะเป็นไตแข็ง ๆ และเจ็บ ที่เป็นสัญญาณของสิวอักเสบ ซึ่งการทาน้ำมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการอักเสบได้ ส่วนสิวอุดตันที่เป็นไตแข็งก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงไปเอง)
วิธีรักษาสิว

17. ผิวส้ม ให้นำผิวส้มมาปั่นกับน้ำสะอาดจนได้เป็นเนื้อครีมข้น แล้วนำเนื้อครีมที่ได้มาทาบาง ๆ บนสิวและรอบ ๆ สิว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิวของคุณก็จะค่อย ๆ ยุบลงแล้วล่ะ

18. กระเทียม ให้นำกระเทียมสดมาฝานเป็นแว่นบาง ๆ แล้วใช้กระเทียมค่อย ๆ ลูบไล้บริเวณที่เป็นสิว วิธีนี้จะช่วยลดรอยแดงของสิวและทำให้สิวยุบตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

19. มะละกอ ให้คุณนำมะละกอดิบมาปั่นทั้งเมล็ด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำนำมาแต้มบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะช่วยลดการอักเสบของสิวได้ แต่วิธีนี้จะไม่เหมาะกับคนผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

20. น้ำคั้นใบสะระแหน่ ให้คั้นน้ำจากใบสะระแหน่สด นำมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าเป็นประจำทุกวัน ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างออกให้สะอาด วิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษาสิวได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดเม็ดผื่นคันและโรคผิวหนังอย่างโรคหิดและกลากเกลื้อนได้อีกด้วย

21. น้ำมันถั่วลิสงผสมน้ำมะนาว ให้คุณใช้น้ำมันถั่วลิสง 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาส่วนผสมที่ได้มาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดสิวอักเสบและสิวหัวดำได้เป็นอย่างดี

22. น้ำมะนาวผสมอบเชย ให้ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา นำมาผสมกับผงอบเชย 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาดและซับให้แห้ง จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาแต้มบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิวประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จะช่วยทำให้สิวค่อย ๆ ยุบตัวลง แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

23. น้ำมะนาวผสมนมสด ให้คุณนำน้ำมะนาวสดมาผสมกับนมสดอุ่น ๆ ใช้ล้างผิวหน้าทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยลดการเกิดสิวอักเสบ สิวหัวดำ และช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มไม่แห้งแตก

24. น้ำมะนาวผสมน้ำคั้นจากดอกกุหลาบ ให้คุณผสมน้ำมะนาวเข้ากับน้ำคั้นจากดอกกุหลาบในปริมาณเท่ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยทำให้สิวยุบลงได้ และยังช่วยทำให้หน้าขาวดูสดใสได้อีกด้วย

25. น้ำผึ้งผสมไข่ขาวและน้ำมะนาว ให้คุณใช้น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง แล้วเติมน้ำมะนาวลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้า จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้ายกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก และล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็น เสร็จแล้วให้ทาครีมบำรุงผิว


26. สิวอุดตัน สิวที่ชอบเก็บตัวอยู่กับรูขุมขนบนใบหน้า ยิ่งนานวันก็ยิ่งฝังตัวแน่น ดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวอุดตันอย่างละเอียดได้ที่บทความ 18 วิธีรักษาสิวอุดตัน (สิวหัวดำ & สิวหัวขาว) อย่างได้ผล 100%

27. สิวอักเสบ สิวชนิดที่เป็นร่างแปลงของสิวอุดตัน ที่พัฒนาขึ้นมาด้วยอาหารเสริมอย่างเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกจากน้ำมือของเจ้าของใบหน้า ที่ชอบไปล้วงแคะแกะเกา หากคุณเป็นสิวชนิดนี้อยู่ สามารถดูวิธีป้องกันและรักษาสิวอักเสบได้ที่บทความ 13 วิธีรักษาสิวอักเสบ ! หน้าเป็นสิวอักเสบทำไงดี ??

28. สิวเสี้ยน ฟังชื่อแล้วเหมือนจะเป็นแค่ปัญหาเล็ก ๆ แต่มันกลับสร้างปัญหาได้เยอะเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่เราขับไล่มันไป มันก็จะทิ้งรูขุมขนกว้างไว้ให้เจ้าของใบหน้าได้ช้ำใจ ดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวเสี้ยนอย่างละเอียดได้ที่บทความนี้ 16 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน & สูตรลอกสิวเสี้ยน แบบสะใจ !!

29. สิวผด ร้อนเมื่อไหร่ได้เจอกันทุกที ชื้นเมื่อไหร่มันก็จะมาอีก ยิ่งอากาศทั้งร้อนและชื้นแบบบ้านเรามันยิ่งชอบ แม้จะไม่ร้ายกาจเท่าสิวชนิดอื่น ๆ แต่มันก็สร้างความรำคาญใจได้ไม่น้อยเลยล่ะ เพราะถ้าเผลอไปแคะแกะเกาล่ะก็ มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นสิวที่ร้ายกาจได้ทุกเมื่อ สามารถดูวิธีการป้องกันและรักษาสิวผิดได้ที่บทความ 13 วิธีรักษาสิวผด ! หน้าเป็นสิวผดทำไงดี ??
เซรั่มรักษาสิว
    ผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์เชรั่มสกัดจากเมือกของหอยทาก ซึ่งเป็นเซรั่มเข้มข้น อุดมด้วยสารสกัดจาก DNA ของเมือกหอยทาก ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก IFC ประเทศสเปน ด้วยความเข้มข้นของเมือกหอยทาก Repair Index 40 โดยมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน เพื่อกระตุ้นสีผิวสม่ำเสมอ ลดการหย่อนคล้อยของผิว ลดรอยแดง และการอักเสบของผิวนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การดูแลรักษาหน้าติดสารสเตรอย

หน้าติดสารสเตรอยคืออะไร แล้วจะดูแลรักษายังไงหน้าติดสารสเตรอย คือภาวะที่ผิวหน้ามีภูมิคุ้มกันน้อย อันเนื่องมาจากการใช้สารสเตรอยมาเป็นเวลานาน ทำให้หนังกำพร้าไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ จึงทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดผดผื่นและสิวอักเสบบนใบหน้า สารสเตรอยมักจะพบในรูปแบบ ยาแต้มสิว ครีมรักษาสิว ยาทานแก้สิวอักเสบ ซึ่งหากจะเลือกใช้ยาก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

สเตอรอยด์(Steroid) คือ อะไร
สเตอรอยด์ คือชื่อเรียกของกลุ่มฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากต่อมหมวกไตภายในร่างกายของคนเรา สเตอรอยด์ที่ถูกสร้างหลักๆ มี 2 ชนิด คือ โคติซอล(Cortisol)และอัลโดสเตอรอยด์(Aldosterone) โดยถูกสร้างสูงสุดตอนตื่นนอน และต่ำสุดตอนที่เรานอน เรียกว่า Diurnal attern นอกจากนี้ถ้าร่างกายมีความเครียดต่างๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจร่างกายก็จะหลั่งสารสเตอรอยด์ออกมามากขึ้น เพื่อควบคุมความกดดันเหล่านั้นตามธรรมชาติ เชื่อว่าถ้าไม่มีสเตอรอยด์เลย ทำให้เราถึงตายได้ทีเดียว
ต่อมาในวงการแพทย์แผนปัจจุบันได้มีการสร้างสารสเตอรอยด์สังเคราะห์ขึ้นมาจากต้นแบบ cortisol เพื่อพัฒนาตัวยาบางชนิดให้แรงขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางชนิด สเตอรอยด์ที่สังเคราะห์จะม ลักษณะเป็นน้ำหรือเป็นผงสีขาวและเป็นเกล็ดตาม ลักษณะความต้องการของผู้ผลิต หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่ายาแผนปัจจุบันที่อยู่ในกลุ่มสเตอรอยด์มีหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยารักษาโรคหอบหืดชนิดพ่นสู ทางปากได้แก่ เบโดรเมธาโซน และบูเดโซไนด์ ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยารักษาโรคไตบางชนิด ยารักษาข้ออักเสบ และยาแก้แพ้ นอกจากนี้ยังมียาอีกหลายตัวที่เป็นสเตอรอยด์ ซึ่งตัวยาทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และเภสัชกร


เมื่อสเตอรอยด์มีประโยชน์ ก็ต้องมีโทษอันตรายเหมือนกันหากใช้ติดต่อกันนานเกินไป จะเกิดอาการที่เรียกว่า Cushing's syndrome คือ มีอาการบวม ท้องลาย เป็นสิว ผิวเข้มขึ้น ความดันโลหิตสูง อ่อนเพลีย ขนขึ้นตามตัว ติดเชื้อง่าย กดการเจริญเติบโตของเด็ก ความดันในลูกตาสูงขึ้นทำให้เป็นต้อหิน ตามัว โพแทสเซียมในเลือดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ นอกจากนี้แล้วยังทำให้ประจำเดือนผิดปกติหรืออาจไม่มีประจำเดือน และความรู้สึกทางเพศลดลง นั่นคืออันตรายจากยาในกลุ่มของสเตอรอยด์
ในชีวิตผู้คนทุกวันนี้ต่างดิ้นรนขวนขวายในการทำมาหากิน ในบางครั้งก็ลืมที่จะมาสนใจดูแลสุขภาพของตัวเอง เมื่อมีเหตุเจ็บป่วยขึ้นมาจึงต้องรักษาสุขภาพด้วยการไปหาหมอ หรือซื้อยามากินเอง นั่นก็เป็นทางเลือกของคนไข้ว่าจะกินยาแบบไหน แบบยาสมุนไพรหรือว่ายาแผนปัจจุบัน ทุกวันนี้มีผู้คนไม่น้อยเลยได้หันกลับมากินยาสมุนไพร เพราะไม่มีผลข้างเคียง หรือถ้ามีก็น้อยกว่ายาแผนปัจจุบันมาก ปัจจุบันยาสมุนไพรแผนโบราณนั้นมีการผลิตด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย ทั้งในรูปแบบของยาอัดเม็ด และยาแคปซูล มีการสร้างโรงงานที่ได้มาตรฐานลงทุนกันหลายร้อยล้านบาท มีการส่งออกยาไปต่างประเทศ เพิ่มเงินตราให้กับประเทศเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มผู้มักง่ายลักลอบผลิตยา แผนโบราณ โดยไม่ได้รับอนุญาต กลุ่มผู้ผลิตเหล่านั้นมักไม่มีความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ขาดความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คน จึงได้ใส่ยากลุ่มสเตอรอยด์เช่น เดกซ์ซาเมธาโซน(Dexamethasone) เพร็ดนิโซโลน (Prednisolone) ลงไป ซึ่งยาจะไปกดอาการทำให้ในช่วงแรกของการใช้จะรู้สึกว่าดีอันเนื่องมาจากสเตอรอยด์ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ก็จะมีโทษดังที่กล่าวมา


สาเหตุของการเกิดสิวสเตียรอยด์
 ใช้เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ 
ในผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ช่วยให้หน้าขาวใส ช่วยรักษาสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีการผสมสารสเตียรอยด์เข้าไปในปรมาณที่สูง เนื่องจากสารสเตียรอยด์มีฤทธิ์ช่วยบำบัดอาการสิวที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าถ้าลองใช้แล้วอาการสิวจะหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผิวใสหน้าเนียนกันเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเหมือนต้องมานั่งชดใช้กรรม เพราะจะเกิดอาการที่เรียกว่า "ติดสเตียรอยด์" ขึ้นทำให้ผิวหน้าบาง และแพ้ง่ายๆมาก พอแพ้ง่ายการเกิดสิว สิวผด ผื่นแดง สิวอักเสบ สิวหนอง ก็จะตามมา ใช้ยารักษาสิวก็ไม่ค่อยหาย เพราะสเตียรอยด์มันไปเปลี่ยนแปลงสภาพผิวภายในให้ทำงานผิดแปลกไปจากเดิม น่ากลัวมากทีเดียว
เคล็ดลับการดูแลป้องกันหน้าติดสารสเตรอย 
1. ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีความอ่อนโยน เช่น สารสกัดจากเมือกหอยทากของEndocare ที่ช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก DNA ของหอยทากจะฟื้นฟูผิวหน้าที่ติดสารสเตรอยได้เป็นอย่างดี 
2. ทำจิตใจให้สบายๆ อย่าวิตกกังวล เพราะความเครียดจะกระตุ้นฮอร์โมนให้ใบหน้าเกิดสิว ฟังเพลงในแนวที่ตนเองชอบหรือหากิจกรรมทำยามว่าง จะช่วยทำให้สภาพของจิตใจดีขึ้นได้ 
3. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 6-8ชั่วโมง และห้ามใช้มือบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ในระหว่างวันควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วหรือ 2ลิตร เพื่อล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย จะช่วยทำให้สิวน้อยลงได้ 
4. เลิกใช้สารสเตรอย เมื่อเลิกใช้สารสเตรอยร่างกายจะฟื้นฟูผิวหนังที่โดนทำลายเอง ซึ่งอาจใช้เวลานานอยู่หลายเดือนขึ้นอยู่กับการดูและรักษาตนของแต่ละบุคคล เมื่อร่างกายปรับสมดุลของผิวหน้าให้ดีขึ้นแล้วก็ควรเลือกใช้เซรั่มบำรุงผิว หน้าที่มีสารสกัดจาก DNA เมือกหอยทาก เช่นผลิตภัณฑ์ล้างของEndocare เพราะDNA ของหอยทากมีความคล้ายกับคนมากที่สุดจึงทำให้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็น อย่างดี

  วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์,หน้าติดสารสเตรอย,เอนโดแคร์เซรั่ม,เซรั่มรักษาสิว,เอนโดแคร์

วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์

วิธีรักษาสิว สเตอรอยด์ สิวสเตอรอยด์ คือสิวที่เกิดจากการแพ้สารเคมีที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ เมื่อใช้ไปนานๆร่างกายเกิดการต่อต้านทำให้เกิดผื่นคันและมีสิวอักเสบ ซึ่งหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์เป็นเวลานานจะให้ภูมิต้านทาน ของร่างกายมีปัญหา ทำให้แพ้ง่ายและมีผดผื่นขึ้นตามใบหน้า และหากมีการสะสมในร่างกายมากเกินไปจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

สเตียรอยด์ (Steroid) เป็นชื่อเรียกโดยย่อของกลุ่มยาที่มีชื่อเต็มว่า corticosteroid ยา กลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้ในโรคหรือภาวะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้ยากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดกลับเป็นผลเสียที่เกิดจาก การใช้ steroid อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนกลัวและปฏิเสธที่จะใช้ยากลุ่มนี้ ยากลุ่มสเตียรอยด์สามารถแบ่งตามรูปแบบของการใช้ยาได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  วิธีรักษาสิวสเตอรอยด์

1. สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอก มีตัวสเตียรอยด์ที่ใช้เป็นยาภายนอกหลายสิบชนิดด้วยกัน แต่สามารถแบ่งตามรูปแบบของยาและตัวอย่างของโรคที่ใช้ได้เป็น
  • ยาทา (ทั้งในรูปครีม โลชัน ขึ้ผึ้ง) สำหรับรักษาผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน
  • ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู สำหรับรักษาภูมิแพ้หรืออักเสบที่ตาและหู
  • ยาพ่นจมูก สำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ที่มีอาการทางจมูก ริดสีดวงจมูก
  • ยาพ่นคอ สำหรับรักษาโรคหืด ภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการหอบ
สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอกเหล่านี้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ โดยไม่จำเป็นต้องกินหรือฉีดยา จึงช่วยหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากยาได้เป็นส่วนใหญ่ เมื่อได้รับยากลุ่มนี้และใช้ตามคำแนะนำการใช้ยาอย่างเคร่งครัด เช่น ใช้ยาทาเฉพาะบริเวณที่เป็นผื่น ไม่ทาลงบนผิวหนังที่ปกติ ไม่ทาหนา ไม่ทาเป็นบริเวณกว้างและไม่ทาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ใช้ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู เฉพาะข้างที่เป็น ด้วยจำนวนหยด จำนวนครั้งและระยะเวลาตามคำสั่งใช้ยา ใช้ยาพ่นจมูกและยาพ่นคอด้วย วิธีการพ่นยาที่ถูกต้อง ไม่พ่นบ่อยเกินกว่าที่กำหนด บ้วนปากหลังพ่นคอทุกครั้ง ถ้าใช้ยาได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ ยาภายนอกเหล่านี้มักจะไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง และเนื่องจากความปลอดภัยของยานี้เอง ทำให้สามารถซื้อยาใช้ภายนอกที่มีตัวยา steroid ได้ที่ร้านยาทั่วไป ภายใต้คำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องของเภสัชกร

  2. สเตียรอยด์ประเภทกินและฉีด  ถึงแม้จะมีสเตียรอยด์ประเภท ใช้ภายนอกมากมาย แต่การรักษาโรคหรือภาวะบางอย่าง จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีดเท่านั้น เช่น อาการแพ้บางชนิด โรคหืดชนิดรุนแรง โรคภูมิคุ้มกันไวเกิน ผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น เช่นเดียวกับยาใช้ภายนอก ถ้ากินหรือฉีดยาสเตียรอยด์ในขนาดน้อยๆ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ มักไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง แต่ถ้ากินหรือฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดผลเสียที่รุนแรงหลายประการด้วยกัน ได้แก่ ติดเชื้อโรค (ยากดการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกาย) เป็นเบาหวาน (ยาทำให้น้ำตาลในเลือดสูง) บวมและความดันโลหิตสูง (ยาทำให้ขับน้ำลดลง แต่เพิ่มการสะสมไขมันที่หน้า หลังและท้อง) กระดูกพรุน (ยารบกวนสมดุลการสร้างกระดูก) รวมทั้งเป็นแผลในทางเดินอาหาร ผิวหนังเหี่ยวย่นและบาง ตาเป็นต้อ การทำงานของต่อมหมวกไตผิดปกติ รบกวนการเจริญเติบโตในเด็ก เป็นต้น จะเห็นได้ว่าวิธีการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นสิ่งสำคัญซึ่งผู้ใช้ยาจะต้องคำนึง ถึงมากที่สุด ว่าจะต้องใช้จำนวนมากน้อยเท่าใด ใช้ด้วยความถี่กี่ครั้งและใช้ต่อเนื่องนานเท่าใด เพราะเมื่อใดที่ใช้มากเกินกว่าที่ควร จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทันที ประเด็นสุดท้ายและเป็นที่มาของอาการไม่พึงประสงค์จากสเตียรอยด์ที่สำคัญที่สุดคือ “การได้รับยาสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัว” ไม่ว่าจะเป็นจากยาชุด ยาลูกกลอน ยาสูตรสมุนไพร ยาต้ม ยาหม้อ ยาพระ รวมทั้งยาที่อวดอ้างสรรพคุณในการรักษาได้สารพัดโรค เนื่องจากยาเหล่านี้มักจะมีส่วนผสมของยาในกลุ่มสเตียรอยด์อยู่ ทำให้เห็นผลในการบรรเทาทุกอาการได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่พบอาการไม่พึง ประสงค์ใดๆ ผู้ใช้ยาจึงมักรู้สึกพึงพอใจกับผลของยา โดยไม่ได้มุ่งรักษาที่สาเหตุของโรคโดยตรง แต่ยิ่งใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานานมากขึ้นเท่าใด อาการไม่พึงประสงค์ของ steroid ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับความรุนแรงของโรคที่มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาที่ตรงสาเหตุอย่างทันท่วงที จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้โดยเด็ดขาด เอกสารอ้างอิง
  1. Bertram GK, eds. Basic and clinical pharmacology, 10th ed. New York: McGraw-Hill, 2007.
  2. Rang HP, Dale MM, Ritter JM, Moore PK. Pharmacology, 5th ed. Churchill Livingstone, 2003.
Credit : http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/142/
  หน้าติดสารสเตรอย

วิธีรักษา สิวสเตอรอยด์ เคล็ดลับการดูแล

1. ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีความอ่อนโยน เช่น สารสกัดจากเมือกหอยทากของEndocare ที่ช่วยในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก DNA ของหอยทากจะฟื้นฟูผิวหน้าที่ติดสารสเตรอยได้เป็นอย่างดี
2. ทำจิตใจให้สบายๆ อย่าวิตกกังวล เพราะความเครียดจะกระตุ้นฮอร์โมนให้ใบหน้าเกิดสิว ฟังเพลงในแนวที่ตนเองชอบหรือหากิจกรรมทำยามว่าง จะช่วยทำให้สภาพของจิตใจดีขึ้นได้
3. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 6-8ชั่วโมง และห้ามใช้มือบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ในระหว่างวันควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วหรือ 2ลิตร เพื่อล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย จะช่วยทำให้สิวน้อยลงได้
4. เลิกใช้สารสเตรอย เมื่อเลิกใช้สารสเตรอยร่างกายจะฟื้นฟูผิวหนังที่โดนทำลายเอง ซึ่งอาจใช้เวลานานอยู่หลายเดือนขึ้นอยู่กับการดูและรักษาตนของแต่ละบุคคล เมื่อร่างกายปรับสมดุลของผิวหน้าให้ดีขึ้นแล้วก็ควรเลือกใช้เซรั่มบำรุงผิว หน้าที่มีสารสกัดจาก DNA เมือกหอยทาก เช่นผลิตภัณฑ์ล้างของEndocare เพราะDNA ของหอยทากมีความคล้ายกับคนมากที่สุดจึงทำให้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวได้เป็น อย่างดี

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เซรั่มที่ดีที่สุด เซรั่มรักษาสิว เอนโดแคร์

เอนโดแคร์เซรั่มใช้ได้กับทุกสภาพผิวและเป็นที่สุดของผลิตภัณฑ์เซรั่มที่ดีที่สุดอีกหนึ่งเซรั่มที่ได้รับการยอมรับยกย่องทั่วโลกโดยแพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนังจากนานาชาติ

“เอนโดแคร์เซรั่ม เวชสำอางค์ชั้นสูงจาก “ประเทศสเปน” ที่ใช้เทคโนโลยี SCA Biorepair เทคโนโลยี ใหม่ล่าสุด มาสกัดสารจาก DNA ของหอยทาก ซึ่งวิจัยแล้วว่าเป็น DNA ที่มีความใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์มากที่สุด จุดประสงค์ในการวิจัย เซรั่มหอยทากนี้ เริ่มต้นมาจาก ความต้องการเพื่อนำไปใช้ในการรักษาและสร้างเซลล์ผิว ฟื้นฟู ซ่อมแซม ผิวใหม่ ให้กับผู้ป่วยด้านผิวหนัง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ได้ผลข้างเคียงจากการรับการรักษาด้วยรังสี และผู้ป่วยทางผิวหนังที่ได้รับผลกระทบจาการรับรังสีนิวเคลียร์เป็นต้น เอนโดนแคร์จะช่วยรักษา ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหายให้ดีเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย แห่งวัย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ “เอนโดแคร์ แอมพลู” ยังอุดมไปด้วย Hydration Complex,Vitamin C และ Vitamin E ที่เป็นสารที่มีความสามารถ ต่อต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidents) ที่จะ ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้กระจางใสแลดูอ่อนวัย ฟื้นบำรุงผิวที่แห้งหยาบกร้านให้อ่อนนุ่มขึ้น และเก็บกักความชุ่มชื้นให้คงอยู่ในผิวได้ยาวนานขึ้น

เซรั่มที่ดีที่สุด เซรั่มรักษาสิว เอนโดแคร์

เซรั่ม VS ครีมบำรุงผิว
เซรั่ม (Serum) ในปัจจุบันเซรั่มกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สังเกตได้จากโฆษณาเครื่องสำอางต่างๆ และจะพบเห็นโฆษณาตัวเซรั่มกันบ่อยขึ้น โดยทั่วไปแล้ว คำว่า เซรั่ม ไม่ไช่ชื่อของผลิตภัณฑ์ชนิดไดชนิดหนึ่ง แต่คำว่าเซรั่มเป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์นั้นๆนั่นเอง เนื้อเซรั่มจะมีทั้งเป็นแบบเจลหรือเป็นอิมัลชั่น มีโมเลกุลขนาดเล็กมีเนื้อที่เบากว่าครีม แต่มีการเติม Active Ingredients ที่สูงกว่าครีม ดังนั้นเซรั่มจึงถูกจัดอยู่ในหมวดเวชสำอาง (เวชสำอางไม่จัดเป็นยา แต่จะมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์มากกว่าเครื่องสำอางทั่วไป จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับขององค์การอาหารและยา) ด้วยเหตุนี้สารบำรุงต่างๆ จึงสามารถที่จะซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วและลึกได้ถึงระดับโครงสร้างผิว จึงทำให้ผู้ใช้เซรั่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจนมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับครีมในระยะเวลาที่เท่ากัน เนื่องจากการเติม Active Ingredients ที่เข้มขันกว่าครีม ทำให้เซรั่มมีราคาที่แพงกว่าครีมบำรุงผิว หรือ เซรั่มที่ดีที่สุด อีกหนึ่งตัวที่แนะนำให้ใช้ 
เซรั่มที่ดีที่สุด
ครีมบำรุงผิว โดยทั่วไปแล้วส่วนผสมหลักของครีมบำรุงผิวจะประกอบด้วย น้ำมัน, น้ำ และสารอิมัลชั่นซึ่งจะเป็นตัวกลางช่วยให้น้ำมันและน้ำเข้ากันเป็นเนื้อครีมได้อย่างที่เห็น นอกจากส่วนประกอบเหล่านี้แล้วยังมีการเติม Active Ingredients เพื่อเป็นการเพิ่มอาหารเสริมบำรุงผิว โดยทั่วไปแล้วจะเป็น สารสกัดจากธรรมชาติและ วิตามินต่างๆ เป็นส่วนมาก ประโยชน์ของครีมจะช่วยในเรื่องให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้นานและผลจากอาหารเสริมบำรุงผิวที่เติมเข้าไป แต่เนื่องจากครีมมีน้ำมันเป็นส่วนผสมทำให้เวลาทาครีม ผิวจะรู้สึกเหนียวๆ และนอกจากนี้ยังไม่สามารถซึมลึกเข้าไปสู่ผิวชั้นในได้ จึงเห็นผลช้ากว่าเซรั่ม แต่มีข้อดีคือราคาที่ถูกกว่าเซรั่ม ครีมจึงเหมาะสำหรับคนผิวปกติและผิวแห้ง ไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวมันเพราะส่วนผสมน้ำมันจะทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นอีก
เซรั่มที่ดีที่สุด
เซรั่มที่ดีที่สุด
Endocare serum เวชสำอางค์ ที่มีการวิจัยขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคผิวหนัง มะเร็งผิวหนัง Endocare ช่วยให้ผิวได้ฟื้นฟูเซลล์ ซ่อมแซม บำรุง เซลล์ผิวใหม่ ให้กับผู้ป่วยโรคผิวหนัง โดย Endocare จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่เสียหายไป มีการฟื้นฟูกลับมาเป็นผิวเดิมได้อย่างรวดเร็ว อ่อนโยน จากประเทศสเปน และปลอดภัยต่อผู้ใช้
เอนโดแคร์เซรั่มหอยทาก
Endocare Serum จาก DNA หอยทาก ช่วยลดสิว รอยสิว รอยแผลเป็น รักษารอยแดง รอยดำ รอยลึกจากสิว ลดผื่นแพ้ รักษาหน้าจากการแพ้สารเคมี แพ้สเตียรอยด์ แพ้ไฮโดควิโนน รักษาริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ริ้วรอยแห่งวัย ลดรอยหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน
เซรั่มที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับยกย่องทั่วโลก ว่าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่จำหน่ายในราคาถูกที่สุดที่ ซึ่งได้รับการรับรองและผ่านการทดสอบ โดยแพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวหนังจากนานาชาติ เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นโดย พญ.นวลนภา สันติไชยกุล ผู้บริหารของ Yasashii Clinic เป็น 1 ใน ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เอนโดแคร์ อีกด้วย ซึ่งการันตี ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ถึงแม้จะมี สภาพผิวที่แพ้ง่าย เป็นที่ยอมรับ ในวงการแพทย์และนำไปใช้ในการรักษาในโรงพยาบาล ผิวหนังทั่วโลกจึงถือได้ว่าเป็น เซรั่มที่ดีที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่งในปัจจุบัน
ความเป็นมาของการใช้เมือกหอยทากในการเสริมความงามเมือกหอยทาก (Snail Mucus) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Helix Aspersa Miller Glycoconjugates. ประเทศแรกที่มีการค้นพบว่า เมือกหอยทาก สามารถนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณได้คือในประเทศชิลี เมื่อพบว่า คนงานจากฟาร์มเลี้ยงหอยทาก ที่ทำหน้าที่ในการขนหอยทากไปให้ร้านอาหารฝรั่งเศสเป็นประจำทุกวันมีผิวของมือที่นุ่มน่าสัมผัส และร่องรอยบาดแผลที่มือก็สามารถหายได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้นำไปสู่ความสงสัยและการวิจัยหาสรรพคุณของสารในเมือกหอยทากขึ้น ซึ่งจากการวิจัยทำให้พบว่า ผิวของหอยทากและมนุษย์มีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก แม้แต่ปริมาณของคอลลาเจนและอิลาสตินเองก็มีความคล้ายคลึงกัน โดยได้มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ได้นำเมือกหอยทากนำมาเป็นครีมหรือเซรั่ม

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

RAK CHANG ELEPHANT TRAINING

A wonderful introduction to Asian elephants. You will learn about the behavior and lifestyle of these elephants, you can also learn how to control and bath elepants as if you are a mahout. All the while you will be able to ride an elephant through the hills. And you will find a small baby enjoyed over the SE. 

ONE DAY THE MAGICAL ELEPHANT TRAINING COURSE

Change clothes to be a Mahout clothes and the introduction of Thai Elephant ,lifestyle and behavior of Thai elephant and baby elephants Learning the basic commands for elephants ,Trained to ride on elephant‘s neck using many different techniques with spoken commands for the elephant Exelent Lunch (padthai or kaosoi kai )and have vegetarian and control elephant through the jungle.
Enjoy Bath and Brush your elephant Time to say goodbye to Mahout and all lovely Elephants and whitewater fafting.

ความสำคัญของช้างต่อประวัติศาสตร์ชาติไทย ข้อความที่ปรากฎอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่หนึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าในสมัยที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีนั้น "ช้าง" คือขุนพลที่ร่วมรบอยู่ในสมรภูมิจนมีชัยชนะ อีกทั้งพระมหากษัตริย์ทรงประทับช้างนำราษฎรไปบำเพ็ญกุศลตามพระอารามในอรัญญิก จะเห็นได้ว่าทั้งในยามศึกและยามสงบช้างอยู่คู่แผ่นดินสุโขทัยเรื่อยมา ช้างมีความสำคัญมากถึงเพียงนี้ จึงมีการสอนวิชาขับขี่ช้างซึ่งเป็นวิชาสำคัญสำหรับเจ้านายและลูกผู้ดีเพื่อยังประโยชน์ในการใช้ช้างเป็นพาหนะและเตรียมการเพื่อศึกสงคราม ช้างใช้ในการศึกสงครามในอดีต ในสมัยโบราณ ช้างเป็นยุทธปัจจัยสำคัญของกองทัพเปรียบได้กับรถถังประจัญบานของนักรบในปัจจุบัน ทว่าชัยชนะที่ได้รับนั้นจะดูสง่างามกว่าหลายเท่า เพราะมนุษย์ที่นั่งอยู่บนคอช้างต้องเชี่ยวชาญอาวุธของ้าว ใช้ความกล้าหาญไสช้างแต่ละเชือกพุ่งตรงเข้ารบปะทะกันตัวต่อตัว ช้างต่อช้างเข้าชนกันนั้น หากช้างของผู้ใดมีความสามารถมากกว่าก็จะงัดช้างศัตรูขึ้นด้วยงาจนแหงนหงาย หรือเบนบ่ายจนได้ที เพื่อให้แม่ทัพบนคอช้างส่งอาวุธเข้าจ้วงฟันคู่ต่อสู้ ช้างกับนักรบบนคอช้างจึงต้องมีกำลังแข็งแรงฝีมือเข้มแข็ง ทั้งคู่จึงจะได้ชัยชนะมาประดับเป็นเกียรติยศพระเจ้าแผ่นดิน การรบบนช้างหรือที่เรียกว่า ยุทธหัตถี นั้น เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์ไทย แต่ครั้งสำคัญที่สุด ซึ่งคนไทยยังกล่าวขวัญจดจำไม่รู้ลืม คือ การยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาและพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ที่ตำบลหนองสาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณบุรี เมื่อปีพุทธศักราช 2135 หรือกว่า 400 ปีล่วงมาแล้ว 

Baby elephant chiangmai
ที่มาของวันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย ของคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น ก็จะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2541 เห็นชอบให้วันที่ 13 มีนาคม เป็นวันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2541 ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมี ของพระมหากษัตริย์ไทย


ทัวร์รักช้างของเรา เป็นทัวร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร ทัวร์ของเราจะเน้น การท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่จะมีช้างเป็นเพื่อนระหว่างทริป คุณจะได้เห็นวิถีชีวิต แบบธรรมชาติระหว่างชาวบ้านและช้างไทย ที่จะอนุรักษ์ และอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เราถือว่าช้างเป็นสัตว์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของไทยเรามาแต่ช้านาน คุณจะได้สัมผัส ช้างแบบใกล้ชิด พิเศษสุดๆ คุณจะได้เห็น ELEPHANT TRAINING COURSE ที่แสนน่ารัก แสนรู้ที่จะคอยต้อนรับคุณในทริปนี้อย่างแน่นอน ELEPHANT TRAINING COURSE ท่านจะได้พบกับวิถีชีวิตการใช้ชีวิต ที่แปลกใหม่แหวกแนว ไม่เหมือนใครด้วยวิถีชีวิตแบบคนโบราณที่ใช้ชีวิตกับเจ้าแห่งขุขเขาป่าดงพงไพร สัตว์ที่มีขนาใหญ่ สัวต์ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับ ผืนแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนานเป็นที่กล่าวขาน ขนานนามไปทั่วภูมิภาค ท่านจะได้สัมผัสกับบรรดาเหล่าช้างน้อย ลูกช้าง ที่กำลังซุกซน แสดงความน่ารักต่าง ๆ ซึ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้แบบใกล้ชิด ทว่าเสมือนคนเลี้ยงช้างฝึกช้าง ให้อาหาร พาไปว่ายน้ำ บรรยากาศแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว How to train ELEPHANT TRAINING COURSE ทริปที่เราจะพาทุกท่านไป นั่น จะเป็นทริปที่ทุกท่าน ที่รักและชื่นชอบในการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ช้างนั้น ต้องมีความหลงใหลและชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะท่านจะได้สัมผัสและชื่นชอบช้างไทย อย่างใกล้ชิด รับรองว่าทริปนี้ท่านจะได้ความสนุกและเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับอนุรักษ์สัตว์ป่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ให้คงอยู่ต่อไป
Baby elephant chiangmai

ONE DAY THE MAGICAL ELEPHANT TRAINING COURSE

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักช้าง และธรรมชาติ ลองมาดู Elephant trainning น่ารักๆ กับ Rak Chang Elephant training

Rak Chang Elephant training ทัวร์รักช้าง เราจะให้ท่านได้พบกับ การท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์ช้างและ ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนกับช้างแบบธรรมชาติ อย่างใกล้ชิด ท่านจะได้เห็น การฝึกช้างเชิงสร้างสรรค์ Elephant training ที่ได้รับการฝึกฝนด้วยการดูแลและใส่ใจด้วยความรัก ไม่มีการทรมานช้างและทำลายธรรมชาติแต่อย่างใด ELEPHANT TRAINING COURSE พบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ของช้าง ที่คุณจะรื่นเริงและสนุกไปกับ ทริปอันแสนสนุก ที่เราจะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญเกี่ยวกับช้าง ELEPHANT TRAINING COURSE การท่องเที่ยวแบบดูการแสดงของช้างต่าง ๆ หลายที่จะมีให้เห็นแบบทั่วไป หากท่านต้องการความแปลกใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และใกล้ชิดกับสัตว์ป่าที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ หรือที่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขนานนามให้ว่าเป็นเจ้าแห่งพงไพร ที่ตัวใหญ่ดุดัน ท่าจะได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน วิถีชีวิตแบบโบราณที่ใช้ชีวิตกับสัวต์ขนาดใหญ่ การอยู่ร่วมกันแบบเชิงอนุรักษ์อาศัพพึ่งพากันและกัน การท่องเที่ยวที่เราจะพาทุกท่านไป ELEPHANT TRAINING COURSE , ELEPHANT TRAINING COURSE นั่นเรารับรองว่า ทริปการท่องเที่ยวของท่านครั้งนี้จะต้องประทับใจ และรู้สึกได้ถึงการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่งที่ท่านไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน หากคุณต้องการและสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ELEPHANT TRAINING COURSE

Elephant Training


ทัวร์รักช้างของเรา เป็นทัวร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร ทัวร์ของเราจะเน้น การท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่จะมีช้างเป็นเพื่อนระหว่างทริป คุณจะได้เห็นวิถีชีวิต แบบธรรมชาติระหว่างชาวบ้านและช้างไทย ที่จะอนุรักษ์ และอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เราถือว่าช้างเป็นสัตว์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของไทยเรามาแต่ช้านาน คุณจะได้สัมผัส ช้างแบบใกล้ชิด พิเศษสุดๆ คุณจะได้เห็น Baby elephant chiangmai ที่แสนน่ารัก แสนรู้ที่จะคอยต้อนรับคุณในทริปนี้อย่างแน่นอน Baby elephant chiangmai  ท่านจะได้พบกับวิถีชีวิตการใช้ชีวิต ที่แปลกใหม่แหวกแนว ไม่เหมือนใครด้วยวิถีชีวิตแบบคนโบราณที่ใช้ชีวิตกับเจ้าแห่งขุขเขาป่าดงพงไพร สัตว์ที่มีขนาใหญ่ สัวต์ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับ ผืนแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนานเป็นที่กล่าวขาน ขนานนามไปทั่วภูมิภาค ท่านจะได้สัมผัสกับบรรดาเหล่าช้างน้อย ลูกช้าง ที่กำลังซุกซน แสดงความน่ารักต่าง ๆ ซึ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้แบบใกล้ชิด ทว่าเสมือนคนเลี้ยงช้างฝึกช้าง ให้อาหาร พาไปว่ายน้ำ บรรยากาศแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว How to train Baby elephant chiangmai ทริปที่เราจะพาทุกท่านไป นั่น จะเป็นทริปที่ทุกท่าน ที่รักและชื่นชอบในการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ช้างนั้น ต้องมีความหลงใหลและชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะท่านจะได้สัมผัสและชื่นชอบช้างไทย อย่างใกล้ชิด รับรองว่าทริปนี้ท่านจะได้ความสนุกและเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับอนุรักษ์สัตว์ป่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ให้คงอยู่ต่อไป


Baby elephant chiangmai

ONE DAY THE MAGICAL ELEPHANT TRAINING COURSE

Change clothes to be a Mahout clothes and the introduction of Thai Elephant ,lifestyle and behavior of Thai elephant and baby elephants Learning the basic commands for elephants ,Trained to ride on elephant‘s neck using many different techniques with spoken commands for the elephant Exelent Lunch (padthai or kaosoi kai )and have vegetarian and control elephant through the jungle.
Enjoy Bath and Brush your elephant Time to say goodbye to Mahout and all lovely Elephants and whitewater fafting.

RAK CHANG ELEPHANT TRAINING COURSE

A wonderful introduction to Asian elephants. You will learn about the behavior and lifestyle of these elephants, you can also learn how to control and bath elepants as if you are a mahout. All the while you will be able to ride an elephant through the hills. And you will find a small baby enjoyed over the SE.
Should to Know Before Visit us
  • We adopt and rescue elephants from unsuitable living condition such as circuses, and illegal logging camps.
  • We provided a home and a purpose for domesticated elephant with the generous support of visitors who take advantage of the once-in-a lifetime opportunity for Elephant Mahout Training.
  • We still chained and still used a bull hook to keep elephant safety also a safety for visitors. We still have 2 things for a safety reason but not for cruel.
  • We are AGAINST the practice of separating baby elephants from their mother.
  • We are also AGAINST the practice of elephant painting and the training of elephants to dance and to sit or stand on two legs. We consider these practices unnatural and abusive.
  • We teach visitors about the importance elephant preservation and proper eating, sleeping, bathing, and exercising methods. One method of providing allow visitors, to a limited extent, to ride elephants “bareback.
  • We provide upper scale of interaction with elephants in term of quality and flexibility in length of time for our guests. 


วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตปี 2015 เที่ยวเชียงใหม่

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตปี 2015 เที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสบรรยากาศกลิ่นอายเอกลักษณ์ประเพณีวัฒนธรรมของ อาณาจักรล้านนาสำหรับการท่องเที่ยวปัจจุบันนั้น ไม่เพียงแต่ชาวต่างชาติหรือแม้แต่ บุคคลทั่วไป วัยรุ่น วัยทำงาน หรือครอบครัว เมื่อถึงคราวต้องตอบแทน มอบของขวัญให้ตนเองจากการทำงานหนักที่ทำมาทั้งปี หรือว่าครอบครัว หรือวัยรุ่นชวนเพื่อน ๆ ออกไปหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ ก็จะมีให้เลือกหลาย ๆ ที่ในประเทศไทย แต่จังหวัดที่สามารถตอบโจทย์ ความต้องการได้หลากหลาย ตามฤดูกาล ได้มากกว่าที่ไหน คือ จังหวัดเชียงใหม่ เที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งสามารถมาเที่ยวได้ทั้ง ร้อน หนาว ฝน ซึ่งอากาศก็ดี มีที่เที่ยวเยอะแยะ ทั้งทางประวัติศาสตร์ ทางธรรมชาติ

เชียงใหม่คืออีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และน่าแวะเวียนมาเที่ยวมาก สำหรับใครที่ไม่เคยมาเที่ยวที่เชียงใหม่แล้ว และกำลังต้องการเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ ขั้นตอนการเตรียมตัว 5 ข้อในการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่จะได้แนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้การมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ ของคุณนั้นสนุกขึ้น และได้รับความประทับใจมากขึ้นด้วย โดย 6 ข้อของการท่องเที่ยวนั้นมีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อมๆกันนะครับ
ถ้ากล่าวถึงเชียงใหม่ใครต่อใครก็คงนึกถึงเมืองเหนือที่ประกอบไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีอันเป็เอกลักษณ์ของชาวล้านนา สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่มีอยู่อย่างมากมาย เที่ยวเชียงใหม่ ครั้งเดียวไม่สามารถเที่ยวได้ทั่วถึง ต้องมากันหลาย ๆ รอบ หรือพักกันอยู่แบบยาว ๆ กันเลย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่าง ภาษาพูดที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ที่คนพื้นบ้านสื่อสารออกกับผู้มาเยือนได้อย่างไพเราะเสนาะหู หรืออาหารการกินที่มีความอร่อย ของกินเชียงใหม่ งานหัตถกรรม งานฝีมือต่าง ๆ ที่มีการทำขึ้นมาด้วยความประณีต หัตถกรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมายาวนาน 10 สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ เหล่านี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ของการ เที่ยวเชียงใหม่ ในปี 2015

- เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (อังกฤษ: Chiang Mai Night Safari) เป็นสวนสัตว์เปิดที่ตั้งอยู่ในตำบลแม่เหียะ ตำบลสุเทพ และ ตำบลหนองควาย จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณด้านหลังทางทิศตะวันตกของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นสวนสัตว์ของรัฐบาล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ในระยะเริ่มแรกอยู่ในภายใต้การดูแลขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสวนสัตว์ที่เกิดขึ้นตามแนวคิดของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23[2] ถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกในประเทศไทย และถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดพื้นที่ 819 ไร่ ในปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถ ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน
ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ในบางบริเวณจะมีการปล่อยสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายให้สามารถเดินและใช้ชีวิต อย่างอิสระ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมและสัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด อาทิเส้นทางระหว่างประตูทางเข้าสวนสัตว์จนถึงทางเข้าอาคารหลัก จะมีการปล่อยเก้งและกวางไว้อยู่ถาวร รวมทั้งในบางช่วงของเส้นทางของในโซนเหนือและใต้ การท่องเที่ยว
• โซนเดิมชมสัตว์: เป็นเส้นทางเดินชมสัตว์รอบทะเลสาบ ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ซึ่งในระหว่างทางยังเป็นที่ตั้งของ
o สวนสัตว์ดิจิตอล: การแสดงนวัตกรรมและสื่อทางเทคโนโลยี
o โลกของเด็ก: เครื่องเล่นสำหรับเด็ก
o อาณาจักรเสือ: แหล่งรวมของเสือหลากหลายสายพันธุ์หายากทั่วโลก
• โซนเหนือ: เส้นทางนั่งรถชมสัตว์ ประเภทสัตว์นักล่า
• โซนใต้: เส้นทางนั่งรถชมสัตว์ ประเภทสัตว์กินพืช

- ดอยสุเทพ-ปุย

เที่ยวเชียงใหม่ ดอยสุเทพ
ดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปี มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องสามครั้ง พร้อมกับทำประทักษิณสาม รอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ 12 ได้โปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ


- อุทยานหลวงราชพฤกษ์

 

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ที่ใช้จัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 และ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549 และทรงเจริญพระชนพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2546 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่ 468 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 รวม 92 วันภายใต้ชื่อ “มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549” ซึ่งเป็นงานที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ที่ได้รับการตอบรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านต่างๆ มีภารกิจหลักในการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย โดยได้รับการถ่ายโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ และงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่ สูง (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552 และมีการส่งมอบสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552 การตั้งชื่ออุทยานหลวงราชพฤกษ์นั้น หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้มีลายพระหัตถ์ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2552 [1]ขอ พระราชทานชื่อสวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า “สวนหลวงราชพฤกษ์” ต่อมาท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนดังกล่าวว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553 และได้รับพระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า “Royal Park Rajapruek

- วัดพระธาตุดอยคำ

 

วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร วัดพระธาตุดอยคำปัจจุบันมี พระครูสุนทรเจติยารักษ์ (ครูบาพิณ) เป็นเจ้าอาวาส โดยไม่มีพระลูกวัด
พระเจ้าทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งสร้างในรัชสมัยพญากือนา กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนจำนวนมากได้ไปบนบานและประสบความสำเร็จตามที่ขอพร โดยการแก้บนจะแก้บนด้วยพวงดอกมะลิ โดยในแต่ละวัน จะมีประชาชนขึ้นไปบนบานมากกว่าร้อยคน โดยเฉพาะในวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีประชาชนที่ไปบนบานมากกว่าพันคน วัดพระธาตุดอยคำสร้างในรัชสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดดอยคำ"
 พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ เทือกเขาถนนธงชัย ด้านทิศตะวันตกบนเทือกเขาเหล่านั้นจะเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระเจดีย์สำคัญ และเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ถึง 2 องค์พระเจดีย์ แต่ละแห่งถูกสถาปนาขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ในสมัยหริภุญชัยและล้านนาตาม ลำดับ หนึ่งในนั้นคือพระธาตุดอยคำ อยู่บนยอดเขาเล็ก ๆ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ เรียกว่า “พระธาตุดอยคำ” เคยเป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์สองผัวเมีย ชื่อ จิคำและตาเขียวมาก่อน ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้เรียกยักษ์ทั้งสองนี้ว่า “ปู่แสะ – ย่าแสะ” ปู่แสะย่าแสะมีลูก 1 คน ชื่อว่า “สุเทวฤๅษี” เหตุที่ได้ชื่อว่าดอยคำ เนื่องจากศุภนิมิตที่ยักษ์ทั้งสองได้รับพระเกศาธาตุจากพระพุทธเจ้า เกิดฝนตกหนักหลายวัน ทำให้น้ำฝนเซาะและพัดพาแร่ทองคำบนไหล่เขา และลำห้วยไหลลงสู่ปากถ้ำเป็นจำนวนมาก จึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า “ดอยคำ”
จากตำนานหลายฉบับได้กล่าวว่า เทวดาได้นำพระเกศาธาตุที่พระพุทธเจ้าได้ประทานแก่ปู่แสะและย่าแสะ นำขึ้นมาฝังและก่อสถูปไว้บนดอยแห่งนี้ และต่อมาในปี พ.ศ. 1230 เจ้ามหันตยศ และเจ้าอนันตยศ 2 พระโอรสแฝดของพระนางจามเทวี แห่งหริภุญชัยนครได้ขึ้นมาก่อเจดีย์ครอบพระสถูปเกศานั้นไว้ ส่วนพระเจดีย์แห่งที่ 2 ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ทางทิศเหนือของดอยคำ คือ พระธาตุดอยสุเทพ



- ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่มตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนักสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย ม่อนแจ่ม"อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท บน ม่อนแจ่ม สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม เป็นอย่างดี ในวันที่ฟ้าเปิดเป็นใจมาก สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยที เดียว แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั่นก็คือ ย่ำยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว เต็มฟาก ฟ้า ส่วนเมื่อก้ม มองลงไปยังเบื้องล่างจะเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างจากทั้งสองอำเภอ



- ถนนคนเดินท่าแพ

ถนนคนเดินท่าแพ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง อาทิตย์ เทศบาลเชียงใหม่ จะปิดถนนส่วนหนึ่งในเชียงใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านนำสินค้าหัตถกรรมมาวางขาย ถนนคนเดินที่นี่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวไทยจากทุกภาคและ ชาวต่างประเทศหลากหลายภาษาทั้งยุโรป เอเชีย ถนนคนเดินท่าแพ อยู่บริเวณประตูเมืองท่าแพต่อไปยังถนนราชดำเนิน เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น. เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าให้เลือกสรรมากมายหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าทางวัฒนธรรม เช่น สินค้าพื้นเมือง จำพวกเครื่องประดับตกแต่ง เสื้อผ้า ของที่ระลึก กระเป๋า ผ้าพันคอ โคมไฟ ฯลฯ หรือจะเป็นสินค้าแฟชั่นก็มีให้เห็นอยู่โดยทั่วไป รวมทั้งของกิน เช่น ขนมจีนน้ำเงี้ยว/น้ำยา ของทานเล่น โรตี ฯลฯ หากมาเยือนในช่วงอากาศหนาว ๆ เดินเที่ยวกาดกลางคืน ถนนคนเดินเชียงใหม่ก็เพลิดเพลินไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งที่นี่เป็นถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่และได้รับความสนใจอย่างมาก จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

- ถนนคนเดินวัวลาย

ถนนคนเดินวัวลาย ถนนคนเดินเชียงใหม่วัวลายเป็นเป็นถนนคนเดินยอดฮิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของคนเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมารเชียงใหม่หากไม่สามารถเดินถนนคนเดินท่าแพใน วันอาทิตย์ก็มักจะมาเดินที่ถนนคนเดินวัวลายนี้ ถนนคนเดินวัวลายจะเปิดเฉพาะคืนวันเสาร์โดยจะทำการปิดถนนวัวลายที่ อยู่ใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ มีความยาวเป็นหลักกิโลทำให้กว่าจะเดินไปกลับครบก็เมื่อยพอดู ถึงกระนั้นก็ตามถนนคนเดินนี้ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นเข้ามา จับจ่ายซื้อของกินรวมถึงซื้อของที่ระลึกต่างๆ ถนนคนเดินเชียงใหม่วัวลายมีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องเงินสลักลวดลายซึ่ง รู้จักกันดีในชื่อของ เครื่องเงินวัวลาย นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นการสลักเครื่องเงินกันแบบสดๆริมทาง ซึ่งเมื่อมองย้อนอดีตไปจากหลักฐานเครื่องเงินวัวลายเริ่มต้นจากการสืบทอดมา ตั้งแต่ครั้งที่เชียงใหม่ได้ขอเจรจาช่างฝีมือมาจากทางพุกาม ประเทศพม่า และมีการสืบทอดกันเรื่อยมา โดยเฉพาะเครื่องเงินของบ้านศรีสุพรรณซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณวัดศรีสุพรรณ(วัด เงิน) เป็นช่างในคุ้มหลวงเมืองเชียงใหม่ในอดีต ในสมัยนั้นเกือบทุกบ้านจะมีโรงงานขนาดเล็กประจำอยู่ที่บ้าน เรียกว่า “เตาเส่า” นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับของกินและของที่ระลึกต่างๆแล้ว ยังมีโอกาสได้เห็นการแสดงของศิลปินข้างถนนซึ่งส่วนมากจะเป็นการเล่นดนตรี ซึ่งมีทั้งดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีจากคนตาบอด รวมถึงศิลปินวัยรุ่นที่มาเล่นเพลงต่างๆ ยิ่งถ้าช่วงหน้าหนาวการมาเดินเล่นบนถนนคนเดินเชียงใหม่วัวลายจะได้บรรยากาศ เมืองเหนือมากยิ่งขึ้นไปอีก